ช้างแดงศรีสยามและอื่นๆ

posted on 29 Oct 2009 12:26 by bansuanpak  in tree

ช้างแดง
แทงตาออกดอกแล้ว นี่เป็นต้นจริงเลย มีตาดอกออก 2 ตา

 

ช้างแดงศรีสยาม  ระหว่าง ช้างแดง x สามปอยอินเดีย ดอกหอมจัด ออกดอก 3-4 ปีต่อครั้ง

 zoom ชัดๆ

 ช้างแดงศรีสยามตัวนี้ มีคุณลุงใจดี รับไปอุปการะเรียบร้อยแล้ว จ้า

 

----------------------------------------------------------------

อันนี้ช้างบลู ต้นโตแล้ว กำลังแทงตาดอกเช่นกัน

ช้างกระ x ฟ้ามุ่ย 

มี 2 ตาดอก

นี่เป็นรูปของสีดอก ช้างบลู ตัวที่กำลังแทงช่อดอก 2 ตาดอก ที่เห็นในรูป  สีดอกจริงจะเป็นไง ไว้รอลุ้นกัน

 

 อันรูปล่างนี้เป็น สีของ ช้างบลูปกติทั่วๆไป ก็สีออกชมพูงี้แหละ  เอามาเทียบให้ดูเล่นเฉยๆ

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

อันนี้เป็นช้างการ์ตูน มีทั้งหมด 2 ต้น

ใครสนใจก็ใส่ comment ไว้ หรือจะ เมล์มาถามก็ได้ ที่ bansuanpak@gmail.com

โทรมาก็ได้จ๊ะ 086-3456562

Tillandsia

posted on 06 Oct 2009 10:47 by bansuanpak  in tree

ทิลแอนด์เซีย ( Tillandsia ) เป็นชื่อสกุลย่อย (genus) ของพืชในตระกูล Bromeliaceae

ทิลแอนด์เซียปัจจุบันมีมากกว่า 500 ชนิด  ไม่รวม subspiecie ซึ่งหากนับรวมกับลูกผสมใหม่ก็มีมากกว่า 800 ชนิด
ชื่อทิลแอนด์เซีย ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่นายแพทย์ชาวฟินแลนด์ที่ชื่อ เอลเลียส ทิลแอนด์ส ( Elias Tillands )

ทิลแอนด์เซีย ที่ผู้คนนิยมเลี้ยงมักเป็นพวกทนแล้ง เนื่องจากเลี้ยงง่าย ไม่ต้องใช้วัสดุปลูก พวกทนแล้งสังเกตได้ง่ายจากขนหรือเกล็ดสีเทาหรือสีขาวที่ขึ้นปกคลุมทั่วต้น เกล็ดสีขาวที่พูดถึงคือ


ไทรโคม หรือ เพ็ลเททสเกล (Trichome or Peltate Scales)

Trichome ทำหน้าที่ดูดซับความชื้น และธาตุอาหารจากอากาศ แต่ไทรโคมของทิลแอนด์เซียในกลุ่มทนแล้ง (xeric type) จะพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษกว่าชนิดอื่น จะเห็นได้ว่าเมื่อฝนตกลงมา หรือมีหมอกจัด หรือที่ๆมีความชื้นสูง ขนเหล่านี้จะดูดความชื้นเข้าไป และย้ายจากผิวใบเข้าสู่กลุ่มเซลล์เก็บน้ำภายในใบ ช่วยให้ใบแห้งเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ไทรโคมยังมีหน้าที่ระบายความร้อนและสะท้อนแสงอีกด้วย

   สาเหตุที่ทำให้ทิลแอนด์เซียหลายชนิดมีคนปลูกเลี้ยงมากคือ ต้นไม่ใหญ่เกินไป ไม่มีหนาม เลี้ยงง่าย ไม่ต้องใช้วัสดุปลูก มีรูปร่างแปลก สวยงาม มีสีสันฉูดฉาดน่าดึงดูด

เป็นพืชอากาศแท้จริงที่น่าสนใจแลยแหละ เพราะมันสวยงาม โดยรูปทรงของตัวมันเอง (บางคนบอกว่าประหลาดดี โดยส่วนตัวก็ว่างั้นเหมือนกัน แต่รู้สึกว่ามันเก๋ดี)

ไม่ต้องรดน้ำ พ่นฟ๊อกกี้เอา วันละครั้งถ้าขยัน หรือ 2-3 วันครั้งก็ได้ ให้โดนแดด แต่ไม่ใช่กลางแจ้ง  เหมาะกับห้อยต้นไม้

ข้างกำแพง ในที่ทำงาน แถมยังโมดิฟายที่วางให้สวยน่ารักแค่ไหนก็ได้ ไม่ยึดติดอยู่กับกระถาง กับเครื่องปลูก เพราะเจ้าตัวนี้ ไม่ต้องปลูก ว่าง่ายๆ ว่า อยู่เฉยๆ ก็โตได้

Tillandsia Ionantha แบบ แขวนไว้อย่างนี้ก็ได้ กอก็จะแยกออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นหัวกลมๆ แบบลูกบอล
หรือจะวางไว้ในกระถางแขวน น่ารัก แบบนี้ก็ได้

ติดกับตอไม้แขวนเก๋ๆ ก็ดี

อันนี้ออกดอกแล้ว ดอกสีม่วง  ใบรอบๆ ดอกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
พอหมดดอก ก็จะแตกกอ วงจรวนไปเรื่อยๆ แบบนี้

ดูดอกกันชัดๆ

 

 

เลือกมากกับมากเรื่องมันคนละเรื่องกัน

ว่าก็ว่าเถอะมันก็คล้ายกันอยูดีนั่นแหละ แต่จริงๆ ก็ต่างกันนะ เลือกมากนี่ต้องดูด้วยว่าเลือกมากแล้วเลือกของดีหรือเปล่า  เลือกมากมักมาควบคู่กับ การกินการอยู่ อยากได้ของดีมีอนามัยถ้าสามารถทำได้ทั้งนี้ประโยชน์ก็ไม่ได้ตกไปไหนไกล ก็ได้กับเจ้าตัวนั่นแหละ แหมมันก็เหมือนกับการเลือกหนุ่มๆ ที่เข้ามาจีบนั่นแหละ ถ้าเลือกได้ ก็ย่อมต้องเลือกคนดี หรือที่ดูว่าคุณสมบัติเข้าตาทีสุดอยู่แล้ว  สำหรับสาวๆที่มีศักยภาพจะเลือกได้มันก็แน่นอน แต่สำหรับท่านที่ มีโอกาสให้เลือกน้อย ก็ต้องลดคุณสมบัติลงไปตามระเบียบ

ทีนี้จะมาว่ากันเรื่องของความมากเรื่องบ้าง  ฟังดูแย่นะถ้าถูกกล่าวหา (ลับหลัง) ว่าเป็นพวกเรื่องมาก อันที่จริงกลุ่มนี้ น่ะ ต้องบอกว่าเป็นพวกช่างติ และไม่ค่อยเห็นว่าอะไรดีในสายตาตัวเอง คือเสปคสูงนั่นเอง อีกนัยนึงคือมีอย่างนี้จะเอาอย่างโน้น  เค้าทำมาแบบนี้ ก็บอกว่าไม่ดี น่าจะทำอยางโน้น อะไรทำนองนี้ 

แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะ ทั้ง มากเรื่องกับเรื่องมาก รวมๆ ก็ได้เรื่องไปซะทุกที พวกเลือกมาก อาจจะเลือกจนไม่ได้อะไรเลย  แต่พวกเรื่องมากจะเลือกได้ แต่มาพร้อมเสียงบ่น พร่ำสอน 

แล้วไงล่ะ คนเราก็ไม่พอดีหรอก เอนบ้างเอียงบ้างเรื่องธรรมดา เลือกมากปนเลือกน้อย ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสถานการณ์ และเรื่องมากบ้างก็ได้ถ้ามันจำเป็น  หรือไม่จำเป็นแต่อยากจะทำก็มี อ้าว 

write by savio

update of 30 พย 52

มาปิดอีกแล้วค่ะ คราวนี้ ปืดวันที่ 5-9 ธันวาคมค่ะ เปิด 10 ธันวา

 

 

update of 7 ตุลาคม 52

เพิ่มต้นไม้ใหม่ที่บ้านสวนผักนะค่ะ เดี๋ยวจะเอารูปมาฝาก มี

หม้อข้าวหม้อแกงลิง ,กล้วยไม้ แอคโคแซนด้า มีทั้งหมด 4 สี ,แคทลียา, บีโกเนีย,ฤาษีผสม,สายน้ำฝน,

พลูนางฟ้า

 

update of 26 กันยายน52

กลับมาเป็นอาทิตย์ แล้ว รูปที่สัญญาไว้ อ่า ยังไม่ได้เปิดกล้องเลย แต่ที่บ้านสวนผักเปิดตามปกติจ้า เดี๋ยวได้รูปแล้วจะเอามาฝากให้ชมกัน 

 

update of 10 กันยายน 52

แจ้งปิดร้านค่ะ 19-20 กันยายน ชาวสวนขอหนีไปเที่ยวบ้างนะค่ะ แล้วจะเอารูปสวยๆ แถวๆ เมืองกาญมาฝากค่ะ

 

ข้อความของท่านจิ๋ว ช่างยาวและเยอะ จนชาวสวนอ่านแล้วมึนๆ ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี 

เรื่องมีอยู่ว่า ท่านได้มาซื้อเมล็ดไปปลูก  (ทดลองปลูกเล่น) นั่นเอง ก็คุยกันในรายละเอียด และท่านได้ส่งเมล์กลับมาถามดังข้อความข้างล่าง  ที่ชาวสวนขออนุญาติท่านจิ๋วแล้ว ว่าขอให้เอามาใส่ไว้เผื่อมีประโยชน์กับสมาชิกท่านอื่นๆ

และขอขอบคุณท่านจิ๋วเป็นอย่างยิ่งค่ะ สำหรับเรื่องราวดีๆ ที่แบ่งปันกัน

---------------------------------------------- 

พี่กำลังจะเพาะเมล็ดใหม่ ในถาดแบบน้องชาวสวน อ่ะครับ

 

1. พี่ต้องใช้ดินอารัย หรือ ผสมดินอย่างไร ที่ใช้ในถาดเพาะเมล็ดความชื้นกี่% แสงขนาดใด ก่อนลงถาดเพาะลงเพาะเมล็ดบนฟองน้ำก่อนหรือไม่

ชาวสวน : วิธีเพาะมีหลายแบบ เอาแบบที่พี่ถามมาแล้วกัน

       1. เพาะในถาดเพาะที่มีหลุมเล็กๆ ไม่ต้องใช้ดิน ใช้ขุยมะพร้าวล้วนๆ  ใส่ให้เต็มหลุมเลย แล้ว รดน้ำให้เปียกโชก ขุยมะพร้าวมันจะยุบตัวเองแหละ  เติมขุยมะพร้าวแล้วรดน้ำอีก ให้เกือบจะถึงขอบ เป็นอันใช้ได้ ไม่ต้องรดน้ำอีก หยอดเมล็ดลงไปไม่ต้องลึกมากแค่พอมองเห็น เอาขุยมะพร้าวกลบบางๆๆๆๆ ใช้ฟ๊อกกี้ฉีดด้านบนให้เมล็ดพอเปียก เช้า เย็นเท่านั้น เอาไว้ในที่ๆ มีหลังคา ห้ามโดนฝนและแดดแรงๆ 

2. วิธีเพาะแบบใช้ฟองน้ำ นะ ขนาดของฟองน้ำที่ดีที่สุดก็ประมาณ 1x1x1 นิ้ว นั่นแหละ ผ่าตรงกลางเล็กน้อยเอาเมล็ดยัดลงไปล฿กไม่เกิน 0.5 ซม แล้วเอาไปแช่น้ำ ความสูงของน้ำ เกือบครึ่งของฟองน้ำ  ไม่ต้องรดน้ำอีก ใช้ฟ๊อกกี้ฉีดด้านบนให้พอเปียก เช้า เย็นเท่านั้น เอาไว้ในที่ๆ มีหลังคา ห้ามโดนฝนและแดดแรงๆ

นี่รูปของชาวสวน

เพาะแบบถาด นี่อายุได้ 4 วัน นับจากวันที่หยอดเมล็ดลงไป

 

เพาะแบบฟองน้ำ

วันแรกที่พึ่งใส่เมล็ด

นี่วันที่ 3

 

 

2. เพาะออกยอดแบบในรูปใช้เวลากี่วันครับและวางเมล็ดลึกไม๊เอาดินกลบหรือปล่าวแสงควรเป็นแบบไหน น้ำต้องชุ่มกี่เปอร์เชนต์ครับ และสม่ำเสมอหรือปล่าว

ชาวสวน: คำถามนี้ดูเหมือนว่า จะมีคำตอบอยู่ด้านบนแล้ว

 

3. อยู่ในหลุมนี้กี่วันครับจึงนำปลูกในกระถาง (ชุด 15 หลุมเล็ก) (ที่พอจำได้เคยบอกหลังลงแล้ว 7 วัน ให้ใช้ ฮิวมิค กระมูลค้างคาว)

ชาวสวน: แค่ 4 วันเท่านั้น ก็ให้ย้ายไปอยู่ ที่กระถางเล็กหรือใหญ่ตามชอบใจ

เรื่องการให้ปุ๋ยเดี๋ยวว่ากันข้างล่างเลยแล้วกัน

4. หลุมชุดนี้(ชุด 15 หลุมเล็ก) ผสมดินอย่างไรครับ และน้ำความชุ่มต้องประมาณกี่เปอร์เช็นต์ครับ และแสงแดดกี่ %ครับ ที่ทนได้

ชาวสวน: คำถามนี้ดูเหมือนว่า จะมีคำตอบอยู่ด้านบนแล้ว

5. ที่บอกพอจำได้คือ ใช้ อีเอ็มอ่อนๆผสมรดผักบ้าง แล้วความถี่ละครับวันเว้นวันหรือปล่าว ส่วนฮิวมิคกับมูลค้างคาวกี่วันครั้งครับ

ชาวสวน: เรื่องการให้ปุ๋ยเดี๋ยวว่ากันข้างล่างเลยแล้วกัน

6. หลังอยู่ในหลุมชุด 20 วันเอาลงแปลง หรือกระถางใหญ่ การบำรุงรักษาคือ ต้องรดอีเอ็ม ให้ฮิวมิคกะมูลค้างคาวอย่างไร หรือใช้ชีวภาพเม็ด

ชาวสวน : ถ้าอยู่ในหลุมเพาะถึง 20 วัน ท่านจิ๋ว ก็เตรียมเพาะใหม่ได้เลยจ๊ะ เพราะว่ามันจะแกรนไปเลยจ้า

เดี๋ยวเคลียร์ประเด็นนี้ข้างล่าง

7. ในกรณีที่นำต้นอ่อนจากหลุมเพาะลงกระถางใหญ่เลยสามารถทำได้หรือไม่และต้นอ่อนต้องอยู่ในหลุมเพาะกี่วันหรือมีใบขึ้นลักษณะอย่างไร

ชาวสวน: แค่ 4 วันเท่านั้น ก็ให้ย้ายไปอยู่ ที่กระถางเล็กหรือใหญ่ตามชอบใจ

 

เคลียร์ประเด็นที่ค้างนะค่ะ

อย่างแรกต้องทำความเข้าใจเรื่องอายุกันก่อน

ผักสลัดจะมีอายุการรับประทานสดอร่อยอยู่ที่ สัปดาห์ที่ 6-7 เท่านั้น  หลังจากนั้นไปจนถึง 120 วันก็จะค่อยแก่และตายไปในที่สุด

ช่วงแรกเกิดถึง 7 วัน  เปรียบเทียบกับคนนะ  = ทารก โตช้า

ครบสัปดาห์ที่ 1  = ก่อนอนุบาล โตช้า

ครบสัปดาห์ที่ 2  = ประถม ที่เริ่มยืดแขนขาออกมาให้เห็น

ครบสัปดาห์ที่ 3  = เริ่มเป็นวัยรุ่น กำลังจะโตเร็วก็ช่วงนี้แหละ

เมื่อครบสัปดาห์ที่ 4  = เข้าสู่ช่วงกำลังโต เหมือนวัย ม ต้น

เมื่อครบสัปดาห์ที่ 5  = เข้าสู่ช่วงกำลังโต เหมือนช่วงเรียนมหาลัย

เมื่อครบสัปดาห์ที่ 6  = โตเกือบเต็มที่เริ่มเอามากินได้แล้ว

เมื่อครบสัปดาห์ที่ 7  = อ้วนพีสะพรั่งสวยงาม

 

การให้ปุ๋ย  :  ก็แน่นอนนะค่ะ ในเมื่อเปรียบเทียบกันเป็นทารก ก็ต้องกินแบบทารก แต่เป็นทารกผักนะค่ะ

ช่วงแรกเกิดถึง 7 วัน  น้ำเปล่าอย่างเดียวเลยเจ้าค่ะ

ครบสัปดาห์ที่ 1  = em อ่อน ๆ ๆๆๆ รด พร้อมผสม ฮิวมิค นิดเดียวพอ ให้ สัก 2 ครั้ง พอ

ครบสัปดาห์ที่ 2  = em อ่อน ๆ รด พร้อมผสม ฮิวมิค นิดเดียว + มูลค้างคาว  นิดเดียว  ให้ สัก 2 ครั้ง พอ

ครบสัปดาห์ที่ 3  = em + ฮิวมิค + มูลค้างคาว + ปุ๋ยคอก + ปุ๋ยชีวภาพ(ถ้ามี)  นิดเดียว  ให้ สัก 3 ครั้ง

ครบสัปดาห์ที่ 4  = em + ฮิวมิค + มูลค้างคาว + ปุ๋ยคอก + ปุ๋ยชีวภาพ(ถ้ามี)  ให้ สัก 2 ครั้ง

เมื่อครบสัปดาห์ที่ 5  = ฮิวมิค + มูลค้างคาว + ปุ๋ยคอก + ปุ๋ยชีวภาพ(ถ้ามี)  ให้ สัก 2 ครั้ง

เมื่อครบสัปดาห์ที่ 6  = รดน้ำให้ชุ่มๆ ก็พอ

เมื่อครบสัปดาห์ที่ 7  = รดน้ำให้ชุ่มๆ ก็พอ  หรือไม่ก็เก็บไปกินให้เกลี้ยงเลยค่ะ

การให้ป๋ยนั้น ไม่มีสูตรตายตัว สามารถปรับเพิ่มลด โดย ต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ ความสมบูรณ์ของดิน   ขอเพียงรู้ความแรงของปุ๋ยแต่ละตัว กับอายุผักที่เหมาะสมจะได้รับ ก็ปรับใช้ได้หมดทุกปุ๋ยจ้า

ทุกสูตรไม่มีการตายตัวนะค่ะ บางครั้งบางคราว ก็ปรับตามความสะดวกของผู้ดูแลรักษาด้วยค่ะ

 สิ่งที่สำคัญพอกัน คือแสงแดดค่ะ  หลังจาก 7 วันไปแล้ว ผักต้องการแสงแดดส่องเต็มวัน แต่ไม่ชอบตากฝนนะค่ะ ใบจะฉีก ดินจะกระเด็น สภาพต้นจะยับเยิน

 

ส่วนรายงานของท่านจิ๋ว ขอ comment เป็นบางส่วนค่ะ

 

รายงานการปลูกผักสล้ดครั้งแรก

 

-นำเมล็ดชนิดไม่เคลือบเพาะลงในหลุมเพาะ และนำเมล็ดชนิดเคลือบลงในหลุมชุด(ชุด 15 หลุมเล็ก) ใช้ดิน 6 ถุงร้อยบาทเพาะเลย ดินละเอียดดำ

 

-การใส่เมล็ดทุกหลุม หลุมละเมล็ด วางลึกเอาดินกลบ (เมล็ดไม่เครือบเป็นกรีนโอ๊คกับเร้ดโอ๊ค เมล็ดเครือบเป็นบัตเตอร์เฮดกับปัตตาเวีย)

 

-ใช้กระสอบปุ๋ยเย็บปิดเป็นหลังคากันฝน กันได้บ้างไม่ได้บ้าง ฝนชะลงหลุมบ้าง บางหลุมกระเด็นหาย ที่เหลือดินในหลุมแน่นมาก

ชาวสวน:อันนี้ขอบอกว่าน่าจะเหมือนสมรภูมิที่ผักต้องเผชิญกับฟ้าฝน อิอิ

 

-อัตราการเจริญเติบโตช้า ไม่รู้เป็นที่ดิน แสงและสภาพแวดล้อมหรือปล่าว หรือ เมล็ดพันธุ์ หรือวิธีการเพาะ

 

-เมล็ดไม่เคลือบอัตราการอยู่รอดในหลุมที่สมบูรณ์ไม่โดนฝนชะล้างหรือโดนบ้าง 95% แต่เติบโตช้า แต่สังเกตุคราวหลังลำต้นใต้ดินอยูลึกขาวคล้ายถั่วงอก

 

-เมล็ดเคลือบเพาะในหลุมชุด 2 ชุด 30 เมล็ด และ ในกระถาง 9 นิ้ว 3 ใบ 20 เมล็ด ในหลุมชุกขึ้น 3 ต้น ในกระถางขึ้น 10 ต้น สภาพโดนฝนชะน้อยมาก ภายหลังนำดินมาเทออกบางหลุมมีต้นอ่อนขึ้นแต่อยู่ลึกมาก

ชาวสวน: แสดงว่าวางเมล็ดลึกเกินไป  เพราะทารกที่พึ่งคลอดเอาหางออกมาย่อมมีแรงน้อยเป็นธรรมดา ต้องดูว่าดินที่กลบมีน้ำหนักมากเพียงใด ลำต้นจึงม้วนหัวดันออกมาไม่ไหว

 

-การเจริญเติบโตในหนึ่งสัปดาห์มีใบขึ้นสองใบ มีสามใบบ้าง ลำต้นเล็ก เวลาระหว่างสัปดาห์ที่สอง มีใบขึ้น 3 ใบ 4 ใบ 5 ใบ

 

-สัปดาหืที่หนึ่งรดน้ำผสมผสมจุรินทรีย์ หนึ่งครั้ง สัปดาห์ที่สองรดน้ำผสมผสมจุรินทรีย์ หนึ่งครั้ง ปุ๋ยชีวภาพละลายน้ำหนึ่งครั้ง

 

-ต้นสัปดาห์ที่สองนำต้นอ่อนลงกระถางใหญ่ 9 นิ้ว ประมาณ 40 ต้น โดยผสมดิน 2 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน เปลือกมะพร้าวหั่นเล็ก 1 ส่วน เปลือกมะพร้าวหั่นใหญ่ 1 ส่วนรองก้นกระถาง วางไว้ใต้โรงเพาะเมล็ด กันโดนฝน รากยังอ่อน ลำต้นยังอ่อน ถ้าโดนฝนต้นต้องหลุดเสียหาย รากยังไม่เกาะดินมาก แต่ไม่เหี่ยว ความชื้นดิน 75%

 

-ปลายสัปดาห์ที่สองนำต้นอ่อนลงในหลุดชุด 2 ชุด กรีนกับเร้ด อย่างละชุด(อย่างละ 15 ต้น) โดยใช้ดินเดิมที่เพาะอย่างเดียวไม่ได้ผสม มาปลูก เอาเปลือกมะพร้าวหั่นใหญ่ รองก้นกระถาง ดินอุ้มน้ำมีความชื้น 90%

 

-ทั้งหมดที่ลงกระถางใหญ่ กระถางเล็ก และที่อยู่ในหลุมเพาะ ขณะนี้เข้าสัปดาห์ที่สาม ยังเอาไว้ในโรงเพาะมีหลังคาจากปิด โป่งมีลมผ่าน ไม่ค่อยโดนแดด ปิดรอบข้างกันฝนบ้าง ลำต้นยังเล็ก รากยังไม่ลึก เกาะไม่แน่น กรีนฯ ค่อนข้างยืดตัว เร้ดฯใบออกสีแดงดูกลมกว่ากรีนไม่ค่อยยืดตัว ปัตฯกะบัตฯ อยู่ในกระถางใหญ่ยังไม่ได้สังเกตุวางปนกันอยู่ แต่ใบทั้งหมดเป็น 4 ใบ 5 ใบ ขึ้นไปเยอะแล้ว

 

-การลงแปลงดินยังรอดูอยู่กลัวฝน ต้นก็ดูไม่น่าทนฝนได้ และไม่รู้จะทนแดดได้หรือปล่าว หรือถ้าลงจะเอาอารายมาวางกันฝนกันแดดดี และหรือต้องรอต้นที่เพาะมีขนาดไหน ต้องรอดูรากด้วยหรือปล่าว

 

 

แล้วจะถ่ายรูปส่งไปให้ดูนะ

 

 

ด้านล่างเป็นรูปถ่ายที่สวนของพี่จิ๋ว พี่เขาส่งมาให้ดู 

06/09/52

ภาพนี้ ทัศนียภาพ เท่านั้น ที่เห็นเป็นแถวหาใช่แปลงผักไม่

 

นี่เพาะลงในกระถาง 8 นิ้วเลย

 

โรงเรือนเล็กๆ ของผักเรา

 

นี่มะเขือเทศราชินี ท่านจิ๋วได้ซื้อไปจากบ้านสวนผัก ติดลูกแล้ว !!!

ที่บ้านสวนผัก ยังไม่ติดลูกเลย มีดอกให้เชยชมอยู่

 

หวัดดีค่ะ

หากต้องการเป็นสมาชิกรับข่าวสารจากบ้านสวนผัก และข่าวสารเกี่ยวกับ ผักผลไม้เพื่อสุขภาพ ก็ทิ้ง เมล์ไว้ที่หัวข้อนี้เลยค่ะ หรือจะส่งเมล์มาก็ได้ค่ะ ที่ bansuanpak@gmail.com  เวลามีเรื่องรวดีๆ หรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจก็จะได้แบ่งปันข่าวสารกันค่ะ

ขอบคุณค่ะ

 

หวัดดีค่ะ

วันนี้มา update ข่าวกัน มีตัดขายได้ทุกวันแล้วนะค่ะ ต้นละ 35  บ  3 ต้น 100 สะสมยอดซื้อครบ 10 ต้น ก็รับฟรี 1 ต้น  หรือ ถ้าไม่อยากสะสมยอดซื้อ   ซื้อ ครั้งเดียวเลย 9 ต้น ก็รับฟรีต้นที่ 10 ไปเลยจ้า

ผักสดทั้งแบบกล่องและแบบต้น เก็บในตู้เย็นได้ประมาณไม่เกิน 5 วันนะจ๊ะ เกินกว่านั้นจะไม่อร่อยจ๊ะ

นี่หน้าตาของตัวสะสมแต้มเจ้าค่ะ    ไว้จะเอารูปที่เป็นต้นๆ มาให้ดูกันจ้า

โทรมาก่อนก็ได้ค่ะ เผื่อแม่ค้าแอบหนีไปเที่ยว จะได้ไม่เสียเที่ยวมานะค่ะ tel:086-3456562 ค่ะ

ราคาของผักอินทรีย์เป็นปัจจัยนึงที่ ทำให้ผู้บริโภคถอยหลัง หลังจากเห็นราคาของผักอินทรีย์ แถมยังสงกะสัยอีกว่าทำไมต้องแพงกว่าผักปกติด้วย

ต้นทุนก็น้อยกว่า ไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมี ไม่ต้องซื้อยาฆ่าแมลง แล้วไหงแพงกว่าผักทั่วไปที่ตลาดนักหนา และยังเล็กกว่าผักที่ตลาดด้วยซะอีกแน่ะ

เหตุผลคือ

1.ปุ๋ยที่ใช้ ต้องมาจากอินทรีย์วัตถุแท้ๆ

2.หากหมักปุ๋ยเอง โดยไม่ผสมปุ๋ยเคมีเป็นแม่ปุ๋ยลงไปด้วย ใช้เวลาเป็นเดือนแน่นอน กว่าจะนำปุ๋ยนั้นมาใช้ได้ และอาจเกิดความผิดพลาดระหว่างระยะเวลาที่รอได้ ปุ๋ยที่ได้ อาจจะใช้ไม่ได้เลยก็เป็นได้

3.เวลาและการใส่ใจกับพืชผักใช้มากกว่าการปลูกผักโดยใช้สารเคมี เนื่องจากต้องคอยตรวจเช็คความสมบูรณ์ของพืชเป็นระยะ ตลอดเวลา ต่างจากการปลูกโดยเคมี จะมีการให้ปุ๋ยตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งไม่ต้องใส่ใจมากยังไงก็โตแน่นอน

4.กระบวนการในการปลูกและดูแลพืช มีการคิดเผื่อไปถึงประโยชน์ของระบบนิเวศน์แวดล้อมด้วย

5.หากจำเป็นต้องมีการใช้ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด จะต้องสรรหาและศึกษาส่วนประกอบให้ละเอียดก่อนที่จะซื้อมาใช้ รวมถึงความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตปุ๋ยด้วย เพราะมีปุ๋ยชีวภาพบางประเภทที่ผสมปุ๋ยเคมีลงไปด้วย

ต้องเรียกว่าปลูกด้วยเหตุและผล หวังผลเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่เน้นปริมาณมากๆ ผักสวยงามฉาบฉวยเพียงอย่างเดียว

ไหนๆ ก็เสียตังค์ซื้อผักกันแล้ว เพิ่มอีกนิดแต่ไม่ต้องได้ของแถมเป็นสารเคมีตกค้างในร่างกาย เป็นภัยเงียบแอบแฝงในร่างกาย น่าจะดีกว่ากันเยอะ

updated วันที่ 26สิงหาคม 52  ตามที่สัญญาว่าจะเอารูปมาฝากกันนะค่ะ

รูปกล่องกับบัตรสมาชิกก่อนเลย

อันนี้แพ๊ครอแล้ว

กระดานหน้าร้าน

ตัวผัก

==============================================

updated ข่าว วันที่ 19 สิงหาคม 52 

ผักสลัดที่บ้านสวนผักพร้อมตัดใส่กล่องกันแล้วค่ะ

กล่องละ 35 บ    3 กล่อง 100 บ

มีสะสมแต้มด้วย 1 กล่อง ได้ 1 แต้ม  10 แต้ม รับฟรี 1 กล่อง

แวะมาเยี่ยมกันได้ที่  ศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับ ซอยช้าง จังหวัดนนทบุรี เลยนะค่ะ

วันธรรมดา เปิด 15.00น-18.00 น

วันเสาร์-อาทิตย์-วันหยุด นขัตฤกษ์ เปิด 13.00น-18.00น

ถ่ายรูป วันที่ 10 สิงหาคม 52

 

รูปล่างนี้ถ่ายวันที่ 13 สิงหาคม ตอนเย็นๆ